1 Comments
เป็นข่าวคราวใหญ่โตอีกครั้งหนึ่งสำหรับ Alibaba Group หลังจากที่มีข่าวลือกระเส็นกระสายออกมาก่อนหน้านี้ จนถึงค่ำวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา Alibaba.com ก็ประกาศว่า ได้รับข้อเสนอจาก Alibaba Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ว่าจะซื้อหุ้นคืนและถอนบริษัทออกจากตลาดหุ้นฮ่องกง (Privatize)
ข้อเสนอดังกล่าวระบุว่าต้องการซื้อหุ้นจำนวน 26.5% ที่ Alibaba Group ไม่ได้เป็นเจ้าของ ในราคาหุ้นละ 13.5 เหรียญฮ่องกง (HKD) ซึ่งหากซื้อได้สำเร็จ จะทำให้ Alibaba Group เป็นเจ้าของ Alibaba.com โดยสมบูรณ์ และ Alibaba.com จะไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นอีกต่อไป
ก่อนจะไปดูรายละเอียดในข่าวกันต่อ ผมขอเติมเต็มข้อมูลเล็กน้อยตรงนี้ว่า Alibaba Group นั้นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้าน e-commerce ในประเทศจีน โดยมี Yahoo ถือหุ้นอยู่ 39% มีเว็บไซต์ดังๆ ของบริษัทหลายเว็บ เช่น Taobao.com, Tmall.com, Alipay.com และยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท Alibaba.com ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่ฮ่องกงด้วย
เรียกได้ว่า Alibaba Group นั้นทรงอิทธิพลอย่างมากในวงการธุรกิจอินเตอร์เน็ตและ e-commerce ทั้งในและนอกประเทศจีน ข่าวนี้จึงเป็นเรื่องที่สื่อต่างๆ ให้ความสนใจกันมาก รวมทั้งสื่อนอกด้วย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างที่สุดของ Jack Ma ผู้ซึ่งกุมบังเหียน Alibaba Group ในฐานะประธานบริษัท และเป็นผู้ก่อตั้งเว็บ Alibaba.com มากับมือเอง แต่หมากเกมนี้ของ Jack Ma นักวิเคราะห์มองว่าเป็นหมากสำคัญและมีเดิมพันสูงทีเดียว
ประเด็นที่มีการพูดถึงกันพอสมควรในเรื่องนี้คือ ราคาที่ Alibaba Group เสนอซื้อ 13.5 เหรียญฮ่องกง เท่ากันกับราคา IPO ตอนเข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2007 ซึ่งหลายคนมองว่าต่ำเกินไป โดยเฉพาะกับนักลงทุนที่ซื้อหุ้นนี้ไว้ในช่วงที่ราคาสูง ซึ่งเคยสูงสุดถึงเกือบ 40 เหรียญฮ่องกง
แต่มีนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า ครั้งนี้เป็นโอกาสดีของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่จะปล่อยหุ้นตัวนี้ไป เพราะจากการประเมินราคาหุ้นในปี 2012 ก่อนที่จะมีข่าวการซื้อหุ้นคืนออกมา ราคาหุ้นของ Alibaba.com อยู่ที่ 7 เหรียญฮ่องกงเท่านั้น
และในวันที่ 22 ก.พ. เพียง 1 วันหลังจากข่าวการซื้อหุ้นคืน Alibaba.com ได้ประกาศรายงานผลดำเนินงานประจำปี 2011 ออกมา ซึ่งแสดงให้เห็นปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เป็นผลดีต่อราคาหุ้นของบริษัทเลย เช่น สมาชิกผู้ค้าบนเว็บในปี 2010 มีประมาณ 8.09 แสนราย ปี 2011 ลดลงเหลือ 7.65 แสนราย ลดลง 5.4% หรือ จำนวน Gold Supplier ของจีนลดลง 18.4% และ Gold Supplier ต่างประเทศลดลง 27.6% ยอดขายของผู้ค้าก็ลดลง ในปี 2010 มียอดขายประมาณ 3.04 พันล้านหยวน ปี 2011 ลดลงเหลือ 2.18 พันล้านหยวน ลดลง 28.2% เป็นต้น
หลังจากประกาศข่าวการซื้อหุ้นคืน ราคาหุ้นของ Alibaba.com ในวันถัดมาพุ่งขึ้น 43% และวันต่อมา (23 ก.พ.) ราคาขยับขึ้นอีก 0.15% ปิดที่ 13.22 เหรียญ ใกล้เคียงกับราคาเสนอซื้อของ Alibaba Group แล้ว
กรณี privatize ครั้งนี้ ทาง Alibaba ได้แถลงกลบข่าวลือว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการซื้อหุ้นคืนจาก Yahoo แต่อย่างใด (Jack Ma เคยพยายามจะซื้อหุ้นคืนจาก Yahoo แต่ไม่สำเร็จ) และ Alibaba Group เองก็ยังไม่มีแผนจะนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นแต่อย่างใด แต่ผู้สังเกตการณ์ยังคงมองว่า Jack Ma กำลังเดินหมากตาสำคัญอยู่อย่างแน่นอน
นักวิเคราะห์มองว่าการทำ privatize บริษัท Alibaba.com ดูเผินๆ เหมือนเป็นการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของบริษัทเท่านั้น แต่เมื่อเจาะลึกลงไปจะพบว่าธุรกิจ B2B ทั้งหมดกำลังประสบปัญหา ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก รูปแบบเว็บ B2B เดิมจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดครั้งใหญ่ จึงจะสามารถปรับตัวและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวโน้มใหม่ได้
นับตั้งแต่วิกฤติซัพไพร์มในปี 2008 ตามมาด้วยวิกฤติหนี้เงินยูโรที่จนบัดนี้ยังไม่คลี่คลาย ตลาดการบริโภคทั่วโลกหดตัวลง ภาคการผลิตเองก็พลอยซบเซาไปด้วย เว็บ B2B ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแต่มีลูกค้าน้อยลง รายได้และกำไรก็ลดลงด้วย เว็บ Alibaba, Hc360, Globalsources ต่างก็มีปัญหาในการขยายธุรกิจเหมือนๆ กัน แม้แต่ Dhgate ก็มีข่าวลดพนักงานจำนวนมากในปีที่แล้ว
ด้วยสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ซีอีโอเว็บ B2B แห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า ธุรกิจไม่ได้ถึงทางตัน แต่จำเป็นต้องมีนวัตกรรมใหม่ ต้องปรับเปลี่ยนอย่างมาก ไม่ว่าจะมองด้านรายได้หรือด้านบริการ เว็บ Alibaba.com ถือว่าเป็นเว็บที่ทำได้ดีที่สุดในธุรกิจนี้แล้ว แต่การเป็นผู้นำฝูงนั้นไม่ง่าย หากไม่อัพเกรดตัวเอง อนาคตอาจจะลำบากยิ่งกว่านี้
อันที่จริงทาง Alibaba.com ได้เริ่มต้นในการปรับปรุงมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพของผู้ค้า (Supplier) เพิ่ม traffic จากผู้ซื้อ และปรับปรุงด้านประสบการณ์ของผู้ใช้งานเว็บ แต่ความพยายามดังกล่าวดูเหมือนจะมีความคืบหน้าไม่มากนัก ด้วยเหตุนี้ การทำ privatize จึงเป็นทางออกอย่างหนึ่ง เพื่อลดความกดดันจากตลาดหุ้น ผู้ถือหุ้น ซึ่งมีผลต่อการผลักดันนโยบายใหม่ๆ เพราะในฐานะบริษัทในตลาดหุ้น จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยการคาดการณ์รายได้ ความผันผวนของราคา เป็นต้น ทาง Alibaba มองว่าหลังจากทำการ privatize แล้วจะสามารถดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างได้เร็วขึ้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ทาง Alibaba.com พยายามที่จะยกระดับเว็บ B2B ของตนให้มีแต่ Supplier ดีๆ ไม่โกง ไม่หลอกลวง และให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ Buyer ที่ใช้บริการจากเว็บนั่นเอง แต่จะทำได้แค่ไหนก็ต้องคอยดูกันต่อไปล่ะครับ
ที่มา - tech.sina.com.cn





อ้าย แจ๊ค หมา
ผมเพิ่งโดนโกงมา 25 ล้านจากการสั่งซื้อเครื่องจักร หมาดๆ 25-06-2012
ผมถือว่าฟาดเคราะห์ให้ แจ๊ค หมา ก็แล้วกันครับ
Post new comment