0 Comments
ธุรกิจรับสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ในจีนเรียกกันว่า ไต้โก้ว (代购) ถูกเตะตัดขาด้วยกฎใหม่ของศุลกากร ทำให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก
ถ้าเป็นบ้านเราก็เรียกกันว่า พรีออเดอร์ แต่ที่จีนจะเรียกว่า ไต้โก้ว ซึ่งแปลว่า รับฝากซื้อ และเรียกนักช็อปที่ชอบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศว่า "ไห่เถา" (海淘) ซึ่งเป็นผู้บริโภคที่ขยายตัวอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา เรียกว่ากำลังฮ็อตเลยทีเดียว แต่ต้องมาเจอมาตรการใหม่ของศุลกากรจีนที่เข้มงวดมากขึ้นในการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้า ภาษาข่าวของจีนเขาบอกว่าเหมือนโดนนำเย็นราด ที่เคยฮ็อตก็อาจจะต้องแห้วแล้วทีนี้
กรมศุลกากรจีนได้ประกาศใช้มาตรการใหม่ เรียกสั้นๆ ว่าประกาศฉบับที่ 15 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2555 เป็นต้นไป มีเนื้อหากำหนดอัตราภาษีใหม่และวิธีการแจ้งเสียภาษีสำหรับบริษัทขนส่งพัสดุจากต่างประเทศด้วย
"คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากมาตรการใหม่นี้คือผู้ซื้อสินค้าที่เป็นตัวแทนสั่งซื้อให้แก่ผู้บริโภคในจีน กับบริษัทขนส่งพัสดุที่เป็นคนกลางในการจัดส่งพัสดุเข้ามาในจีน" Xu Yong ที่ปรึกษาเครือข่ายโลจิสติคส์ของจีนกล่าว เขาเชื่อว่ามันจะทำให้ต้นทุนของธุรกิจเหล่านี้สูงขึ้น และความคุ้มค่าของการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศจะลดลง
อันที่จริง หลายๆ บริษัทที่ทำธุรกิจจัดส่งพัสดุเข้าประเทศก็ได้หยุดรับออเดอร์สินค้าบางอย่างหรือทั้งหมด ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้ว และมีบางบริษัทที่รับมือกับสถานการณ์ใหม่ด้วยการขึ้นราคา
ตลาดกำลังบูม
ข้อมูลรายงานตลาดการค้าออนไลน์ของจีนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2554 ระบุว่า ตลาดรับฝากซื้อสินค้าจากต่างประเทศมียอดซื้อขายสูงถึง 2.06 หมื่นล้านหยวน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.8 หมื่นล้านหยวนในปี 2555
"สั่งซื้อจากต่างประเทศคุ้มกว่ามาก เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนหันมาใช้บริการรับฝากซื้อต่างประเทศกัน" ไห่เถาผู้หนึ่งคำนวณตัวเลขให้ผู้สื่อข่าวดูคร่าวๆ ว่า ปีที่แล้วเธอสั่งซื้อเสื้อผ้าเด็กแบรนด์เนมจากอเมริกา 5 ชุด คิดราคาเป็นเงินจีนได้ชุดละ 200 กว่าหยวน บวกค่าจัดส่งอีกชุดละ 40 กว่าหยวน รวมแล้วตกชุดละไม่เกิน 300 หยวน แต่ถ้าซื้อในประเทศจะไม่มีทางซื้อของคุณภาพอย่างเดียวกันในราคาเท่านี้ได้
นอกจากเสื้อผ้าแล้ว สินค้าหลักๆ ที่มักจะสั่งซื้อจากต่างประเทศกันก็คือ สินค้าแบรนด์เนมและเครื่องสำอาง "สินค้าพวกนี้ปกติจะเสียภาษีนำเข้าสูงมาก แถมราคาขายในประเทศกับต่างประเทศก็ต่างเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว" ดังนั้น การซื้อจากต่างประเทศแม้จะต้องเสียภาษีและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ก็ยังถูกกว่าซื้อในประเทศ และคุณภาพสินค้าก็มีความน่าเชื่อถือมากกว่าด้วย
ช่องทางการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศของคนจีนคือ ให้เพื่อนหรือผู้ที่ทำธุรกิจรับฝากซื้อไปซื้อสินค้าจากร้านค้าหรือเว็บไซต์ในต่างประเทศ แล้วส่งสินค้าไปที่บริษัทรับจัดส่งพัสดุที่อยู่ในประเทศนั้น เพื่อรวบรวมสินค้าและจัดส่งเข้ามาในประเทศจีน สุดท้ายก็ให้บริษัทขนส่งหรือเอเยนต์ในจีนดำเนินการเคลียร์ภาษีและจัดส่งต่อไปให้ลูกค้าอีกที
ด้วยความสะดวกในการดำเนินการ และราคาต่ำกว่าซื้อในประเทศมาก จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดธุรกิจรับฝากซื้อสินค้าต่างประเทศบูมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
แต่มันกำลังจะหดก็เพราะกฎใหม่ของศุลกากรนี่แหละ
"การรับฝากซื้อเป็นธุรกิจที่มีกำไร จึงต้องแจ้งเสียภาษีในระบบเหมือนการนำเข้าสินค้าอื่นๆ" เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของศุลกากรชี้แจงต่อผู้สื่อข่าว
ตามกฎของศุลกากรจีน สิ่งของที่นำเข้ามาในประเทศแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ สินค้าและสิ่งของ ซึ่งมีกฎระเบียบในการควบคุมต่างกัน สิ่งของคือของที่ไม่ใช่นำมาเพื่อการค้า นำเข้ามาแล้วไม่สามารถขายหรือให้เช่าได้ พูดง่ายๆ ว่า ของที่นำเข้าโดยธุรกิจรับฝากซื้อนั้น เป็นสินค้าเพื่อทำกำไร ไม่ใช่สิ่งของ ในเมื่อเป็นสินค้า ไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าไร ก็ต้องเสียภาษีตามข้อกำหนด
"ถ้าต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัด ความคุ้มค่าของการฝากซื้อจากต่างประเทศจะลดลงอย่างมาก" Xu Yong กล่าว
นอกจากนี้เขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ธุรกิจจัดส่งพัสดุระหว่างประเทศทั่วไปสามารถทำกำไรได้สูงถึง 20% บริษัทขนส่งพัสดุหลายแห่งจึงมีความสนใจที่จะเปิดบริการรับฝากซื้อสินค้าบ้าง แต่มีปัญหาเรื่องขั้นตอนการเคลียร์ภาษีที่ยุ่งยาก และหากมีปัญหาสินค้าไม่ตรงกับที่แจ้งก็มีความเสี่ยงต่อความผิดฐานขนของหนีภาษีได้ ดังนั้น บรรดาบริษัทขนส่งหรือเอเยนต์ดำเนินพิธีการภาษีศุลกากรจึงไม่อยากรับงานแบบนี้ เป็นแรงกระตุ้นและช่องว่างให้เกิดธุรกิจคนกลางรับส่งต่อพัสดุจากต่างประเทศขึ้น
กฏใหม่ทำให้ธุรกิจต้องชะงัก
ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบกับบริษัทรับส่งต่อพัสดุเกือบสิบรายพบว่า กว่าครึ่งหนึ่งได้ปรับราคาค่าจัดส่งแล้ว ในจำนวนนี้มีบริษัท ไป่ทง (百通) ได้เปิดเผยว่า "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทไป่ทงจะเก็บเงินค่าภาษีล่วงหน้าสำหรับสินค้าบางชนิด เช่น iPhone จะเก็บภาษีล่วงหน้าเครื่องละ 300 หยวน โทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นๆ เก็บ 150 หยวน"
อีกบริษัทหนึ่งชื่อว่า โหย่วเจีย (友家) ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมเป็นต้นไป จะปรับค่าจัดส่งขึ้นจาก 26 หยวนต่อปอนด์ เป็นเริ่มต้นที่ 52 หยวนสำหรับ 1 ปอนด์แรก และเก็บเพิ่ม 26 หยวนสำหรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ปอนด์
CUL เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ต้องปรับตัว แต่เป็นการปิดรับบริการจัดส่งสำหรับสินค้าบางชนิด เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องสำอาง เป็นต้น
นอกจากบริษัทรับส่งต่อพัสดุแล้ว ธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในตลาดรับฝากซื้อสินค้าจากต่างประเทศคือบรรดาพ่อค้าแม่ขายในเว็บ Taobao และ Eachnet ร้านค้าออนไลน์หลายร้านก็รับสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งผลกระทบจากกฎใหม่ในครั้งนี้ก็ทำให้พวกเขาต้องปิดรับออเดอร์ไปด้วย
สำหรับเว็บ Eachnet ซึ่งถือหุ้นโดย eBay นั้น ได้ประกาศหยุดรับออเดอร์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์แล้ว หากลูกค้าต้องการสั่งซื้อก็ต้องจัดส่งโดย USPS เท่านั้น โดยผู้ซื้อต้องรับภาระค่าจัดส่งที่เพิ่มขึ้นเอง
ดูเหมือนเรื่องนี้จะกระทบกระเทือนธุรกิจพรีออเดอร์ในจีนมากจริงๆ นะครับ แต่ผู้สันทัดกรณีในจีนก็ยังคงเชื่อว่า ความต้องการซื้อสินค้าจากต่างประเทศจะยังคงมีอยู่ ประกอบกับความแตกต่างของราคาในประเทศกับต่างประเทศยังคงสูงมาก ดังนั้น ตลาดรับฝากซื้อสินค้าจากต่างประเทศก็จะยังคงอยู่กับประเทศจีนต่อไป แต่คงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎใหม่ให้ได้
ที่มา - tech.sina.com.cn





Post new comment